ข่าวใหม่

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ทะลัก"นวนคร"แล้ว อุดไม่อยู่ กทม.ตั้งพนังอีกชั้น



"รังสิต-องครักษ์"30กม. เตือนคนกรุง-ปลายตค. ให้‰ระวัง10วันอันตราย คลองลัดท่าจีนใกล้เสร็จ เพิ่มระบายน้ำเป็น2เท่า 


โกลาหล - เจ้าหน้าที่และชาวบ้านเร่งเสริมกระสอบทรายสกัดน้ำที่ทะลักท่วมนิคมฯนวนคร จ.ปทุม ธานี ภายหลังพนังกั้นน้ำแตก ขณะที่ประชา ชนต้องอพยพหนีน้ำด่วน เมื่อ 17 ต.ค.
กั้นไม่อยู่! น้ำทะลักนิคมอุตสาห กรรมนวนครแล้วอพยพอลหม่าน เจ้าหน้าที่ระดมกู้ส่งชีนุกยกคอนเทนเนอร์กั้นกระแสน้ำแต่ต้านไม่อยู่ นิคมฯขอกรมชลฯเปิดประตูระบายน้ำ 5 บานทันทีเชื่อรักษานิคมฯได้ "เติ้ง"แนะเจาะคันดินใต้รางรถไฟไล่น้ำลงเจ้าพระยา "ปู"สั่งเพิ่มพนังกั้นอีกชั้น เลียบคลองรังสิต-องครักษ์ ยาว 30 กิโล เมตร ป้องกันกทม.ให้ได้ บิ๊กอ๊อดลุยตรวจ 3 คลองลัดท่าจีนขุดได้เกือบครึ่ง เชื่อเสร็จได้วันนี้ แล้วระบายน้ำได้เพิ่ม 2 เท่า แต่ผู้ว่าฯกทม.ยังไม่มั่นใจกรุงไม่ท่วม ขอประชาชนเฝ้าระวังคันกั้นน้ำ จับตาดอนเมือง-สายไหม อาจารย์ม.รังสิต เตือนระวัง 10 วันอันตราย 28-30 ต.ค. เพราะน้ำเหนือถึงกรุง ประกอบน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นอีก 30 ซ.ม. หวั่นสูงกว่าคันกั้น

"ปู"สั่งทำพนังกั้นกรุงอีกชั้น

วันที่ 17 ต.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ในฐานะโฆษก ศปภ. แถลงถึงแนวทางป้องกันน้ำท่วมพื้นที่กทม.ชั้นในว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สร้างพนังกั้นเพิ่มน้ำอีก 1 ชั้น บริเวณถนนเลียบคลองรังสิต-องครักษ์ ตั้งแต่คลอง 1-15 เป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร โดยทางศปภ.จะติดตามสถานการณ์น้ำและจะแถลงข่าวทุก 2 ช.ม. เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความคืบหน้า นอกจากนี้ยังขอรับบริจาคเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้วขึ้นไป เพื่อใช้ในการเร่งสูบน้ำ ดังนั้นหากประชาชนมีความประสงค์จะร่วมบริจาค ให้ติดต่อที่ 1111 กด 5

ศอส.สรุปตายแล้ว 307 ราย

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 27 จังหวัด 186 อำเภอ 1,463 ตำบล 10,999 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 779,522 ครัวเรือน 2,320,169 คน และมีผู้เสียชีวิต 307 ราย สูญหาย 3 คน สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำร้อยละ 99 เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำร้อยละ 99 เขื่อนแควน้อยมีปริมาณน้ำร้อยละ 100 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำร้อยละ 136

บิ๊กอ๊อดตรวจคลองลัดท่าจีน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณคลองทรงคนอง จ.นครปฐม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว. กลาโหม พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร มทภ.1 พร้อมด้วยคณะนายทหารระดับสูงเดินทางตรวจความคืบหน้าภารกิจขุดลอกคูคลองลัดแม่น้ำท่าจีน 3 แห่งคือ คลองลัดงิ้วราย คลองลัดทรงคนอง คลองลัดท่าข้าม

โดยพล.ท.นิพนธ์ ปานมงคล เจ้ากรมการทหารช่าง รายงานว่าความคืบหน้าการขุดลอกคลองงิ้วราย ซึ่งมีระยะทาง 2 ก.ม. กว้าง 10-15 เมตร ลึก 3 เมตร ร่นระยะทางการไหลได้ 11 ก.ม. ปัจจุบันได้ผลงาน 400 ม. ส่วนคลองทรงคนองระยะทางยาว 2.14 ก.ม. กว้าง 30-40 ม. ลึก 4 ม. ร่นระยะทางการไหลได้ 10 ก.ม. ปัจจุบันได้ผลงาน 1,500 ม. คลองท่าข้ามยาว 1.3 ก.ม. กว้าง 40-50 ม. ลึก 4 ม. ร่นระยะทางการไหลได้ 9 ก.ม. ปัจจุบันได้ผลงาน 400 ม. คิดเป็นผลการดำเนินการขุดทั้ง 3 ได้ 42.06 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะเสร็จทันภายในวันที่ 18 ต.ค.

ช่วยระบายน้ำได้2เท่า

จากนั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า หากขุดลอกเสร็จเรียบร้อย น้ำจะไหลเร็วเพิ่มเป็น 2 เท่าส่วนหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) รับผิดชอบ 2 คลองในจ.สมุทรสาคร กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งมีระยะยาวกว่าตรงนี้ โดยเราได้ติดตั้งเครื่องดันน้ำไว้ในแม่น้ำท่าจีนหลายจุด เพื่อระบายน้ำออก คิดว่าสามารถระบายน้ำออกทางนี้ได้ โดยไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่กทม.

พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวถึงกรณีนายกฯ มอบ หมายให้กองทัพดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย 5 จังหวัดว่า ได้แบ่งให้กองทัพภาค โดยอยู่ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) กองทัพภาคที่ 3 ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัด ทั้งนี้ เชื่อว่าไม่จำเป็นต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะแผนเดิมที่ใช้อยู่ยังดำเนินการได้ ส่วนจ.ปทุมธานีที่มีปัญหาเพราะประชาชนไม่ยอมให้สร้างพนังกั้นน้ำนั้น จากการลงพื้นที่ทหารกับประชาชนในพื้นที่ร่วมมือกันดี

กทม.แจงท่วมเพราะฝน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลาว่าการกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในกทม.ว่า ปริมาณน้ำในกทม.มีมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง วันนี้น้ำทะเลหนุนสูง 1.08 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลดลงจากวัยอาทิตย์ที่สูง 1.11 เมตร ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ที่ 2.07 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งยังคงใกล้เคียงกับวันที่ 16 ต.ค. ขณะที่น้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา วัดที่ประตูระบายน้ำอ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 3,775 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำในคลองที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังปกติ ส่วนน้ำในคลองทวีวัฒนาสูงขึ้นประมาณ 10 ซ.ม. แต่ยังไม่มีปัญหา

สำหรับปัญหาน้ำท่วมขังเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมามาจากฝนตกหนัก วัดปริมาณน้ำฝนที่เขตประเวศได้ 86 ม.ม. ซึ่งได้ระบายน้ำแห้งได้ใน 1-2 ชั่วโมง ยังคงเหลือเขตสะพานสูง ซึ่งเป็นที่พื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้น้ำขัง 5 จุด สูง 10-20 ซ.ม. จะเร่งแก้ไขให้แล้วเสร็จ ขณะนี้พบปัญหาน้ำรั่วซึมตามแนวป้องกันริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณจุดที่เป็นแนวป้องกันชั่วคราว เช่น ท่าเตียน ท่าพระจันทร์ ได้ซ่อมแซม โดยใช้กระสอบทรายอุดรอยรั่วแล้ว ส่วนที่เขตบางซื่อ บริเวณท่าน้ำบางโพ ทางสำนักการระบายน้ำ (สนน.) และสำนักการโยธา (สนย.) ได้ตั้งแบริเออร์ 100 ตัว พร้อมทั้งน้ำดินไปอัดช่องว่างเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เกิดความแน่นหนาป้องกันน้ำไหลซึม จากเดิมได้ที่ใช้กระสอบทรายสร้างคันกั้นน้ำชั่วคราวเท่านั้น

ขอปชช.เฝ้าคันกั้นน้ำ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวต่อว่า ขอบคุณกรมชล ประทานที่ปิดประตูระบายน้ำคลอง 1 ครึ่งหนึ่ง แต่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เพราะน้ำได้ทะลักเข้าพื้นที่กทม.เหนือ ซึ่งมีประชาชนกว่า 127,728 ครัวเรือน ดังนั้น กทม.จึงร่วมกับกองทัพบก กองทัพอากาศ และประชาชน ทำแนวคันกั้นน้ำชั่วคราว ตามแนวคลองหกวาล่าง เขตสายไหม ระยะทาง 7 กิโลเมตร จากเดิม 6 กิโลเมตร พร้อมทั้งเพิ่มความสูงเป็น 50 ซ.ม. ขณะเดียวกันจะยกระดับถนนเลียบคลองสองและถนนสายไหม ซ.สายไหม 85 ให้สูงขึ้นอีก 30 ซ.ม. เพื่อป้องกันคันกั้นน้ำอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้กทม.ได้กระจายกระสอบทรายอีก 600,000 ใบ ส่วนใหญ่ไปในพื้นที่ตะวันออก และกำลังพยายามหาทรายเพิ่มอีก

"ศปภ.อาจจะมั่นใจว่ากทม.ปลอดภัย แต่ ผมไม่คิดว่ากทม.ปลอดภัย ยังไม่พ้นอันตราย แต่ก็ยังไม่ถึงวิกฤต ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเขตสายไหมและดอนเมือง อยากให้ประชาชนช่วยเฝ้าระวังดูแลคันกั้นน้ำ ถ้าคันกั้นน้ำที่สายไหมแตกจะมีผลถึงคลองสามวาด้วย อย่างไรก็ตามวันนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลังจากหลักหก เพื่อมาช่วยทำคันกั้นน้ำที่เขตสายไหม" ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

กทม.-จับตา10วันอันตราย

นายเสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยน แปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต เผยว่า วันที่ 18 ต.ค.ไปจนถึงวันที่ 28-30 ต.ค.54 ถือเป็นช่วง 10 วันอันตราย ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมในเขตกทม. เพราะจากการติดตามข้อมูลของศูนย์ พบว่าปริมาณน้ำไหลผ่านที่ จ.นครสวรรค์ 4,600 ลบ.ม.ต่อวินาที เริ่มชะลอตัว แสดงว่าน้ำเหนือผ่านนครสวรรค์มาแล้วอีกประมาณ 7 วัน จะถึง จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี จากนั้นอีก 3 วัน หรือประมาณวันที่ 28 ต.ค. น้ำจะมาถึงกทม. ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่น้ำทะเลจากอ่าวไทยจะหนุนขึ้นสูงอีกครั้งหนึ่งและจะหนุนสูงขึ้นกว่าเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยกองทัพเรือคำนวณว่าน้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 30 ซ.ม. ซึ่งจะอยู่ระดับ 2.59 เมตร ในขณะที่คันกั้นน้ำสูงเพียง 2.50 เมตร น้ำจึงอาจทะลักคันกั้นของกทม.ได้

น้ำทะลัก"นวนคร"

สำหรับการระดมกำลังกั้นนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุม ธานี เมื่อเวลา 11.00 น. เกิดเหตุพนังกั้นน้ำยาวประมาณ 5 เมตร ที่บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสีย แตกพังลง ทำให้น้ำที่ท่วมสูงอยู่บริเวณด้านนอกแนวเขื่อนไหลทะลักเข้ามาภายในอย่างรวดเร็ว โดยระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และมีฝนตกโปรยปรายลงมาซ้ำ ขณะที่ชาวบ้าน-ทหารจำนวนมาก ยังคงช่วยกันเสริมกระสอบทราย หวังจะช่วยอุดแนวกั้นน้ำที่แตกลงให้ได้

พนังแตก - ภาพถ่ายมุมสูงนาทีพนังกั้นน้ำทางทิศเหนือของนิคมอุตสาหกรรมนวนครแตกพังเป็นช่องกว้างประมาณ 5 เมตร ส่งผลให้น้ำด้านนอกทะลักเข้าภายในนิคมฯอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 17 ต.ค.


ขณะที่ชาวบ้านและพนักงานที่อาศัยอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต่างอพยพหนีออกมาจากนอกพื้นที่ โดยใช้เส้นทางเข้าออกของนิคม ซึ่งมีทางออกแค่ด้านหน้าเท่านั้น จึงทำให้การจราจรติดขัดเป็นอัมพาต ผู้คนต่างแย่งกันหนีขึ้นสะพานลอย บริเวณเส้นทางถนนพหลโยธินหน้านิคมนวนคร เส้นทางทั้งฝั่งขาเข้า และขาออกติดขัดเป็นทางยาว

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมนวนคร มีโรงงาน 227 โรงงาน พื้นที่กว่า 8,000 ไร่ พนักงานกว่า 180,000 คน เงินลงทุนภายในนิคม กว่า 1 แสนล้านบาท มีประชากรอาศัยอยู่ในหมู่บ้านไทยธานี หอพัก และโดยรอบภายในนิคมกว่า 30,000 หลังคาเรือน ประชาชนกว่า 1 แสนคน

ใช้ชีนุกเร่งกู้

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. กองทัพบกได้ส่ง เฮลิคอปเตอร์ชีนุก 2 ลำ จากศูนย์การบินทหารบก จ.ลพบุรี เพื่อมาช่วยลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์ที่ทางนิคมได้เตรียมไว้ 14 ตู้ โดยในเบื้องต้นมีแผนที่จะใช้ตู้คอนเทนเนอร์ 6 ตู้ เพื่อเข้าไปปิดผนังดินกั้นน้ำที่เกิดรอยแตก และต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. เฮลิคอปเตอร์ชีนุกได้บินขึ้นไปเพื่อนำตู้คอนเทนเนอร์บริเวณวัดพืชนิมิตร 3 ตู้แรกไปวางนอกแนวคันดินเพื่อลดความแรงของกระแสน้ำซึ่งสามารถลดกระแสน้ำที่ไหลเข้านิคมฯได้ดี

ต่อมาเวลา 16.00 น. ได้เกิดรอยแตกเพิ่มเติมบริเวณคันดินกั้นน้ำวัดพืชนิมิตร ส่งผลให้กระแสน้ำได้ไหลเข้าบริเวณนิคมอย่างรวดเร็ว ประชาชนในพื้นที่และทหารต่างเร่งระดมนำกระสอบทรายเข้าเสริมในจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ชีนุกลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์มาหย่อนลง เพื่อปิดกระแสน้ำที่จุดดังกล่าว แต่ด้วยกระแสน้ำที่ไหลบ่าเข้ามาแรงส่งผลให้ตู้คอนเทนเนอร์ไม่สามารถกั้นรอยแตกของน้ำดังกล่าวได้ ทำให้คันดินในบริเวณดังกล่าวเกิดการทรุดตัวและน้ำไหลเข้าภายในนิคมอย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนมาก กระทั่งน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่ในตัวนิคมกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

ขอเปิดคลองระบายน้ำ

พล.อ.วิชา ศิริธรรม ประธานกรรมการคณะอนุกรรมการ บริษัทนวนคร จำกัด มหาชน กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลสั่งให้เปิดประตูระบายน้ำทั้ง 5 ประตูที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนน้ำที่ล้อมนิคมฯอยู่ในขณะนี้คือ ประตูระบายน้ำคลองเชียงรากน้อย ประตูระบายน้ำคลองเชียงรากใหญ่ ประตูระบายน้ำคลองระพีพัฒน์ ประตูระบายน้ำคลองเปรมประชากร และประตูระบายน้ำสารพันธ์แค่เปิดประตูน้ำดังกล่าว 1 วัน ก็จะสามารถช่วยนิคมฯให้อยู่รอดได้ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนต่างประเทศได้อย่างมหาศาล

ศปภ.สั่งอพยพด่วน 

เมื่อเวลา 12.30 น.ที่ศปภ. พล.ต.อ.พงศพัศ พร้อมนายวิม โฆษกศปภ. ร่วมแถลงข่าวประกาศเตือนพร้อมการอพยพประชาชน ภายในและโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี โดยพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า สำหรับสถานที่พักพิงชั่วคราวของประชาชนมีทั้งหมด 4 แห่ง คือ 1.ทียูโดม มธ.ศูนย์รังสิต ที่จะรองรับประชาชนได้ 3,000 คน 2.บริเวณวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง รองรับได้ 5,000 คน 3.ที่ทำการอ.ธัญบุรี รองรับได้ 20,000 คน และ 4.บริเวณศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ ที่ศูนย์การประชุมทรงกลม รองรับได้ 1,000 คน

โดยประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ให้ไปรวมตัวกันด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมนวนคร ฝั่งถนนพหลโยธิน โดยจะมีรถขสมก. 200 คัน รถทหาร และรถตำรวจ ช่วยขนย้ายประชาชนไปยังจุดพักพิงต่างๆ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คอยอำนวยความสะดวกในแต่ละจุด อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนที่อพยพไม่ต้องห่วงที่พักอาศัย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปดูแลความปลอดภัยในทรัพย์สินให้โดยทันที

"ปู"เสียใจกั้นนวนครไม่ได้ 

ที่ศปภ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ไม่สามารถปกป้องนิคมอุตสาหกรรมนวนครไว้ได้ว่า ขอแสดงความเสียใจ ความจริงเราระดมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ไปป้องกันนิคมอุตสาห กรรมนวนคร โดยเตรียมการไว้หลายวันแล้ว แต่ปัญหาคือกระแสน้ำแรงมาก ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง รวมทั้งมีฝนตกลงมาทั้งคืน จึงทำให้น้ำเข้ามาแรงมากเกินกว่าแนวคันกั้นน้ำที่ทำไว้จะรับไหว

อย่างไรก็ตามตนสั่งการให้อพยพผู้คน และเข้าไปช่วยกู้ในส่วนของอุตสาหกรรมต่างๆ แล้ว และจะหารือกับรัฐมนตรีทุกกระทรวง โดยเฉพาะรมว.อุตสาหกรรมเพื่อมองภาพรวมในการช่วยเหลือนักธุรกิจและผู้ประสบภัยทั้งหมด โดยเบื้องต้นจะได้รวบรวมข้อมูลอุตสาหกรรม ซึ่งมี 2 ประเภท คือที่มีประกัน และไม่มีประกัน จึงต้องหารือกันว่ารัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร ส่วนตัวเลขความเสียหายในเบื้องต้นนั้น กำลังให้เจ้าหน้าที่ทำเรื่องรายงานเข้ามา

เมื่อถามว่าหลังจากนิคมอุตสาหกรรมนวนครแตก จะมีแนวทางป้องกันพื้นที่กทม.ได้อย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังมีจุดอื่นๆ ที่เราทำแนวคันกั้นน้ำไว้ จะต้องไปเร่งสำรวจความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งได้มอบให้กองทัพรวบรวมทุกสรรพกำลังที่มีอยู่ รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปช่วยดูแลบริเวณรอยต่อของกทม.ทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าคันกั้นน้ำมีความแข็งแรงเพียงพอ

เร่งทำแผนฟื้นฟู

เมื่อถามว่าพื้นที่เขตดอนเมืองและสายไหมเป็นจุดเสี่ยงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ขอประเมินก่อน แต่ยืนยันว่าเราจะปกป้องเมืองหลวงให้ดีที่สุด เมื่อถามว่าจะระบายน้ำไปจ.ปทุมธานีแทน เพื่อไม่ให้น้ำเข้ากทม.ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะดูในพื้นที่ที่จะมีผลกระทบและเสียหายน้อยที่สุด และขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ทำลายแนวกั้นน้ำต่างๆ มิเช่นนั้นจะไม่สามารถปกป้องส่วนไหนได้เลย สุดท้ายความเสียหายก็จะกระทบโดยรวม เราจึงต้องช่วยกันกู้แนวคันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพดีและแข็งแรงที่สุด และกู้ขวัญกำลังใจของพวกเรา ตนและรัฐบาลก็จะเร่งทำแผนฟื้นฟูและดูแลประชาชน รวมทั้งภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

"ประชา"ลุยตรวจก่อนท่วม

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. พร้อมด้วยนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เดินทางไปตรวจสถานการณ์คันกั้นน้ำที่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมนวนคร โดยเมื่อไปถึงได้พูดคุยกับพล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดี ประธานกก.บห. นิคมอุตสาหกรรมนวนคร เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันนิคม แต่ระหว่างที่หารือกันนั้น มีเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกว่าน้ำมาแล้ว และเมื่อทั้งหมดหันไปมองที่พื้นก็เห็นว่าน้ำกำลังไหลมาที่เท้าทำให้ทุกคนต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นที่สูง

ส่วนพล.ต.อ.ประชาและคณะรีบขึ้นรถออกจากจุดดังกล่าวเพื่อมาที่สนามกีฬาภายในนิคม ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารและป่าไม้ต่างวิ่งหนีน้ำที่กำลังเอ่อไล่หลังออกมาด้านนอก และพยายามวิทยุ โทรศัพท์ แจ้งไปยังจุดต่างๆ ว่าขณะนี้คันดินกั้นน้ำแตกแล้วให้แต่ละโรงงานเตรียมตัวรับมือด้วย และเพียงไม่กี่นาทีก็เกิดการโกลาหลขึ้น โดยคนงาน ประชาชนทั่วไปที่อยู่ภายในนวนคร พยายามบอกต่อกันว่าคันกั้นน้ำด้านหลังนวนครแตกแล้วทำให้หลายคนพยายามขับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ขนลูกหลาน และข้าวของ พยายามหนีน้ำ

พ้อจม-ปชช.ต้านทำคันกั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดระยะเวลาการตรวจพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครของพล.ต.อ.ประชาและนายชลิต ทั้ง 2 คนมีสีหน้าเคร่งเครียดและอิดโรย อย่างเห็นได้ชัด โดยนายชลิตปรารภว่าประชาชนในหลายจุดยังขัดขวางการทำคันกั้นน้ำของเจ้าหน้าที่ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจกัน ทั้งที่กรมชลประทานพยายามกำหนดเส้นทางเดินของน้ำแล้ว แต่เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือในหลายจุดจึงเกิดปัญหา

ทางด้านพล.ต.อ.ประชาได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าอิดโรย ว่า "ไม่เครียดมากและแม้ว่าผมจะไม่ค่อยได้นอนมา 7 วัน 7 คืน แล้วก็ยังสู้ และเราต้องสู้ได้ ผมยังไม่ยอม แม้ว่าน้ำจะมาพร้อมๆ กันทั้งศอก เข่า หมัด พร้อมๆ กัน"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่น้ำทะลักเข้าท่วมนิคม ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่มีกำหนดการจะเข้าให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ป้องกันนิคม ต้องยกเลิก เพราะเดินทางเข้าไปไม่ได้ นายอภิสิทธิ์จึง เดินทางไปที่หมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.ประชาธิปัตย์ อ.เมือง จ.ปทุมธานี แทน

สั่งกู้10โรงงานด่วน

เมื่อเวลา 15.15 น. นายวิมพร้อมพล.ต.อ. พงศพัศร่วมแถลงข่าวอีกครั้ง โดยนายวิมกล่าวว่า น้ำท่วมพื้นที่โรงงานไปแล้ว 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด มีโรงงานเสียหาย 10 แห่งที่ถูกน้ำท่วม 1.50-2 เมตร โดยนายกฯ ได้สั่งการให้กองทัพไทยเร่งระบายน้ำดังกล่าวออกโดยเร็วเพื่อกอบกู้โรงงานทั้ง 10 แห่งให้ได้ และระดมกำลังและยุทโธปกรณ์และสรรพกำลังทั้งหมดไปทำแนวกั้นน้ำที่สอง โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ ชีนุก ขนตู้คอนเทนเนอร์ที่มีอยู่ภายในนวนครไปเป็นพนังกั้นน้ำชั้นที่ 2 ทั้งนี้สถานการณ์ทางกองทัพรายงานว่าสามารถกั้นน้ำในแนวกั้นที่สองได้บางส่วนแล้ว 

ทีมกู้พนัง - เจ้าหน้าที่และคนงานพยายามเข้าไปซ่อมพนังกั้นนิคมฯนวนคร จ.ปทุมธานี ตรงจุดที่แตกเป็นช่องกว้างประมาณ 5 เมตร แต่ด้วยกระแสน้ำที่รุนแรงทำให้ต้องล่าถอยออกมา เมื่อ 17 ต.ค.


พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า สำหรับการอพยพประชาชนจากนวนคร ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยมีประชาชนออกจากพื้นที่ ประมาณ 2,000 คน โดยแบ่งเป็น 1,000 คน กลับไปที่อยู่อาศัยของตัวเอง และอีก 1,000 คน กระจายไปอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆ ทั้งนี้ ศูนย์พักพิงที่ มธ.ศูนย์รังสิต และวัดพระธรรมกาย ได้ปิดรับประชาชนแล้ว เนื่องจากประชาชนเข้าไปพักพิงจนเต็มพื้นที่

เมื่อเวลา 18.00 น. นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางมาตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมนวนคร พร้อมเสนอให้ติดต่อไปที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอเจาะคันดินใต้แนวรางรถไฟที่อยู่ทางทิศตะวันตกของนิคมเพื่อระบายน้ำที่ขังอยู่ ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคิดว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้

ตลาดไทท่วมแล้ว

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจ.ปทุมธานี ที่ตลาดไท หมู่ 9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ซึ่งอยู่ติดกับคลองแอน 1-2 น้ำได้ท่วมขังสูงขึ้น ซึ่งถนนสายย่อยช่วงไฟแดงคลองหลวงโฮมเพลส มุ่งหน้าด้านหลังตลาดไทปิดแล้ว รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดกล่าวว่า ปริมาณน้ำเริ่มท่วมขังตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. แล้ว ซึ่งร้านค้าในแถบนี้ต้องทยอยปิดตัว เกรงว่าน้ำจะเข้าไปในร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของตลาดบอกว่า หากน้ำยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจะตัดไฟในส่วนของด้านหลังตลาดทั้งหมด ส่วนภายในตัวตลาดไทนั้นยังคงมีการซื้อขายกันอย่างปกติ เนื่องจากน้ำได้ท่วมเฉพาะบริเวณด้านหลัง ส่วนภายในได้ทำคันกั้นสูง 1.5 เมตรป้องกันไว้แล้ว

ปทุมฯ-เสริมคัน"ระพีพัฒน์"

ที่คลองระพีพัฒน์ พระสงฆ์ร่วมกับชาวบ้านที่อาศัย ต.คลองสอง ต.คลองสาม ต.คลองสี่ ต.คลองห้า ต.คลองหก ต.คลองเจ็ด อ.คลอง หลวง ช่วยกันลำเลียงกระสอบทรายเสริมคันกั้นน้ำเลียบคลองระพีพัฒน์ เขตติดต่อ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากมีน้ำซึมและเริ่มล้นจากคันดินกั้นน้ำ ที่สูงจากพื้นถนนกว่า 2 เมตร ระยะกว่า 10 กิโลเมตร เนื่องจากกลัวว่าหากจุดใดคันของดินพังลงมา ปริมาณน้ำมหาศาลจาก อ.วังน้อย จะทะลักเข้ามาท่วมแถบ อ.คลองหลวงทั้งหมด โดยประชาชนขอร้องให้รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยบริเวณดังกล่าวด่วน เพราะหากรับมือไม่ไหวจะส่งผลกระทบสูงและมวลน้ำเหล่านี้จะมุ่งหน้าไป อ.ธัญบุรี อ.ลำลูกกา ซึ่งเป็นเขตติดต่อดอนเมือง กทม.

จมถึงเมืองชั้นในแล้ว 

สำหรับฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตะวันตกของ จ.ปทุมธานี ทั้งในเขต อ.สามโคก อ.เมือง อ.ลาดหลุมแก้ว ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงมากจากระดับพื้นถนนประมาณ 2-3 เมตร และทะลักเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยเฉพาะตลาดระแหง 100 ปี อ.ลาดหลุมแก้ว ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและอาสาสมัครมูลนิธิเร่งนำเรือเข้าอพยพชาวบ้านออกมาอยู่ที่สูง

ขณะที่ชาวบ้านได้นำรถยนต์ รถจักรยาน ยนต์ มาจอดไว้ในที่สูงเพื่อความปลอดภัยจากน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นสะพานต่างระดับ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งทรัพย์สินข้าวของเครื่องใช้ ก็นำมาไว้บนถนนที่น้ำยังท่วมไม่ถึง แต่ก็ยังถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบแฝงเข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินของมีค่าไปหลายที่แล้ว

ทุกข์ซ้ำ-ค่าเรือมหาโหด

ที่อ.สามโคก น้ำเข้าท่วมโรงพัก สภ.สาม โคก สูงกว่า 10 ซ.ม. ทำให้ในห้องควบคุมผู้ต้องขังซึ่งอยู่ชั้นล่างถูกน้ำท่วมแล้ว จึงได้ประสานไปยังสภ.สวนพริกไทย ที่น้ำยังไม่ท่วม ได้รับฝากผู้ต้องขังไว้ให้ ซึ่งสภ.สามโคก เพิ่งก่อสร้างขึ้นมาใหม่ชั้นแรกสูงกว่าพื้นถนนกว่า 1.20 ม. แต่ขณะนี้น้ำได้เข้าท่วมบนพื้นที่ทำงานทุกส่วน ทำให้การเดินทางมาติดต่อราชการจะต้องใช้เรือพายเท่านั้น ส่วนที่สภ.เมืองปทุมธานี ตอนนี้น้ำได้ท่วมโรงพักหมดแล้วไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งประชาชนที่ต้องการติดต่อราชการด่วนสามารถเดินทางไปที่ตู้ยามบริการชั่วคราวโรงเรียนปทุมวิไล

ทั้งนี้ประชาชนอ.สามโคก นอกจากประสบภัยน้ำท่วมแล้วยังถูกผู้ให้บริการเรือจากแยกสันติสุขไปถึงอำเภอสามโคก ราคาเที่ยวละ 200 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าแพงมาก จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลด้วย

พหลโยธินก็ท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเส้นทางคู่ขนานถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก ตั้งแต่รังสิตถึงมธ.ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ระยะทางกว่า 5 ก.ม. ถูกน้ำท่วมสูง 20-30 ซ.ม. การสัญจรในเส้นทางดังกล่าวเป็นไปด้วยความลำบาก บางจุดน้ำท่วมสูง 50-80 ซ.ม. รถเล็กไม่สามารถวิ่งได้ ทำให้การจราจรในเส้นทางด่วนติดขัด

ส่วนชาวบ้านในหลายหมู่บ้านที่อยู่ติดถนนพหลฯ บริเวณหน้าโลตัส ทางหลวงรังสิต หมู่บ้านพัฒนาเจริญรุ่ง หมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ ชุมชนซอยบุญคุ้ม ชุมชนประทานพร สนามกอล์ฟไพล์เฮิร์ท จนถึงทางเบี่ยงเข้าถนนเชียงราก ข้าง ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ต้องทำคันดินกั้นบริเวณด้านหน้าหมู่บ้านเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมจากด้านหน้า เพราะด้านหลังของแต่พื้นที่ต้องรับปริมาณน้ำจากร่องน้ำข้างทางรถไฟติดกับคลองเปรมประชากรที่ระดับน้ำเริ่มเพิ่มสูงขึ้นจนล้นและเข้าท่วมในบางจุด จนส่งผลทำให้ไหลเข้าท่วมถนนพหลฯ ด้านหน้าได้

ส่วนเส้นทางถนนเชียงราก ด้านข้างม.ธรรม ศาสตร์ ศูนย์รังสิต น้ำในคลองเปรมประชากรเอ่อล้นเข้าท่วมทั้งสองช่องทาง ระดับน้ำท่วมสูง 30-50 ซ.ม. ระยะทาง 500 เมตร การสัญจรในเส้นทางดังกล่าวต้องใช้ความระมัดระวัง และที่ใต้สะพานข้ามคลองเปรมฯ ทางกลับรถไม่สามารถใช้การได้

"กรุงเก่า"ประท้วงกั้นน้ำ

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 11.00 น. ชาวบ้านกว่า 300 คน จากบ้านปากคลองข้าวเม่า ต.ธนู อ.อุทัย และชาวบ้าน ต.หันตรา และ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา รวมตัวกันประท้วงและขัดขวางการทำงานของกรมชลประทานที่พยายามตอกแผ่นชีตไพล์ ที่สะพานข้ามคลองข้าวเม่า ถนนสายเอเชีย หลักก.ม.ที่ 14-15 เพื่อปิดน้ำในคลองข้าวเม่า จากแม่น้ำป่าสักจำนวนมหาศาล ผ่านไปยังทุ่งหันตรา เข้าไปยังทุ่งอ.อุทัย ผ่านนิคมอุตสาห กรรมโรจนะ ไหลต่อไปในพื้นที่อ.วังน้อย และไหลเข้าพื้นที่ฝั่งตะวันออกของอ.บางปะอิน และท้ายที่สุดไหลไปที่คลองหนึ่ง จ.ปทุมธานี เพื่อชะลอน้ำให้เข้าพื้นที่จ.ปทุมธานี และกทม.ช้าลง เนื่องจากชาวบ้านต้องการให้น้ำระบายไปโดยเร็ว โดยมีนายเรวัต ประสงค์ นายอำเภออุทัย เข้าเจรจากับชาวบ้าน แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้กรมชลประทานต้องหยุดการทำงาน

จับขโมยร้านสะดวกซื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 16 ต.ค. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระนครศรีอยุธยาร่วมกับตำรวจน้ำออกตรวจภายในบริเวณเกาะเมืองเขตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาวิ่งผ่านไปยังร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท ใกล้ตลาดหัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา พบคนร้ายกำลังรื้อข้าวของว่ายน้ำออกหลังร้าน จึงนำเรือไปสกัดจับได้ ชื่อนายชัยชาญ กลีบยี่โถ อายุ 34 ปี ระหว่างนั้นรับแจ้งว่าที่ร้าน 7-11 ใกล้กับท่ารถอยุธยา-กรุงเทพฯ พบคนร้าย 2 คน ภายในร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจลงน้ำเข้ามาล้อมจับกุมได้ 2 คน ชื่อนายประวิทย์ เข็มปัญญา อายุ 30 ปี และนายพงศกร ไพรสาลี อายุ 25 ปี สอบสวนทราบว่าเกิดจากความอดอยากเพราะอาหารไม่เพียงพอ

"สุพรรณฯ"ค้านเปิดประตูน้ำ

ที่จ.สุพรรณบุรี ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก สำนักชลประทานที่ 12 ประชาชนจาก 5 อำเภอ กว่า 500 คนรวมตัวเรียกร้องไม่ให้เปิดประตูระบายน้ำที่อ.สามชุกเพิ่มขึ้น เพราะเกรงจะได้รับผลกระทบกับผู้ที่อยู่ใต้ประตูน้ำหลายอำเภอ ตั้งแต่สามชุก ศรีประจันต์ เมือง บางปลาม้า และสองพี่น้อง เพราะขณะนี้ก็ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องแล้วกว่า 2 เดือน

ที่จ.อ่างทอง ชาวบ้านต.หัวไผ่ ประมาณ 10 คน ถูกนำส่งร.พ.อ่างทอง เนื่องจากอาหารเป็นพิษ จากการรับประทานข้าวมันไก่ที่มีผู้บริจาค ส่วนที่ต.ชัยฤทธิ์ อ.ไชโย น้ำท่วมขังนานกว่า 1 เดือนแล้ว น้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นทั้งตำบล ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูแล

ร.ต.ท.รัฐภูมิ ขมสวัสดิ์ ร้อยเวร สภ.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ รับแจ้งพบศพชายลอยอยู่ในน้ำข้างสวนกล้วยบริเวณหมู่ที่ 6 ต.คลองขนาก อ.วิเศษชัยชาญ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพนายมานิตย์ ถีระแก้ว อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ที่ 6 ต.คลองขนาก อ.วิเศษชัย ชาญ ข้อมือขวาพันติดอยู่กับข่ายดักปลาจนแน่น สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายมานิตย์ได้มาวางข่ายดักปลา แล้วถูกตาข่ายพันมือจนจมน้ำเสียชีวิต

ที่จ.สิงห์บุรี ประชาชนในตลาดเทศบาลเมืองอยู่ในภาวะตื่นตระหนกหลังจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ผุดขึ้นเป็นช่องใหญ่บริเวณถนนวิไลจิตใกล้กับโรงสูบน้ำ ทำให้ต้องระดมทหารจากค่ายพิบูลสงคราม จ.ลพบุรี 50 นาย และประชาชนอีกจำนวนหนึ่งมาช่วยกันทำคันล้อมกั้นน้ำเอาไว้

นครสวรรค์ยังวุ่น

ที่จ.นครสวรรค์ ที่ศูนย์อพยพโรงเรียนนครสวรรค์มีผู้อพยพหลายรายที่มีอาการป่วย เป็นไข้หวัด หลายรายมีอาการอาเจียน ท้องเสียกลางดึก เจ้าหน้าที่รีบนำส่งศูนย์เฉพาะกิจโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ที่ศูนย์เครื่องมือกล ข้าง ร.ร.ประชานุเคราะห์ คาดว่าน่าจะเกิดจากการเก็บอาหารที่รับแจกไว้นานจนอาหารเสียและรับประทานเข้าไป นอกจากนี้ยังมีความขาดแคลนนมผง แพมเพิร์ส สำหรับทารก ทางศูนย์ได้ประสานขอให้ทางนักจัดรายการสถานีวิทยุช่วยอ่านออกรายการขอรับการบริจาคนม และของใช้ทารก นอกจากนี้ในศูนย์อพยพแห่งอื่น ยังมีปัญหาทะเลาะวิวาท แย่งชิงน้ำดื่ม รวมทั้งเมาสุราอาละวาด

มีรายงานว่าผู้ประสบภัยที่มีบ้านพักอยู่บนถนนเลี่ยงเมืองเทศบาลจากสันคู-สถานีจ่ายไฟฟ้าย่อยเขาขาด ไฟฟ้าไม่ติดมา 3 วันแล้ว ร้องขอให้ทางการไฟฟ้าปล่อยกระแสไฟให้ประชาชนได้ใช้ และมีรายงานว่ามีเด็กชายถูกไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิตที่ซอยเข้าโรงแรมไพลิน ถนนเลี่ยงเมืองเทศบาล

สั่งกวดขันโก่งราคา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกเมื่อคืนวันที่ 16-17 ต.ค. มีเรือรับจ้างแอบลอยลำเข้ามาในบริเวณบ้านเรือนประชาชนหลังโรงเรียนนครสวรรค์ ผู้อพยพตื่นไปเห็นจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์ออกไปตรวจสอบ พอเห็นตำรวจเรือดังกล่าวก็รีบติดเครื่องหนีไปทันที

พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผบช.ภ.ภาค 6 พร้อมคณะเดินทางมาตรวจสอบความสงบเรียบร้อยการทำงานของตำรวจ ตรวจสอบ สภ.ที่ถูกน้ำท่วมเพื่อการปรับปรุงแก้ไข และกำชับให้ตำรวจดูแลความสงบของประชาชน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดูแลไม่ให้โจรออกลักทรัพย์สิน พร้อมทั้งให้บริการรับ-ส่งประชาชนเข้าออกตามบ้านพัก นอกจากนี้ยังให้ตำรวจร่วมกับพาณิชย์จังหวัดออกตรวจสอบราคาสินค้าป้องกันพ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสขายของแพงเกินปกติ

ส่วนการทำคันกั้นน้ำบนถนนพหลโยธินตั้งแต่สี่แยกเดชาติวงศ์ถึงสามแยกเวียงดอย เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทพร้อมกำลังทหารกำลังเร่งทำคันกั้นน้ำ โดยจะเร่งดำเนินการให้เสร็จเร็วที่สุด แต่ติดขัดที่ยังต้องเปิด-ปิดการจราจรบางช่วงให้สามารถเดินทางได้ ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังต้องใช้รถขนาดใหญ่หรือรถยกสูงสัญจรไปมา

จัดระบบค่าโดยสาร

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านมาเป็นวันที่ 7 เริ่มมีความเครียดมากขึ้น เพราะถูกต้องตัดน้ำตัดไฟ เริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม เพราะการช่วยเหลือยังไปไม่ทั่วถึงและไม่สม่ำเสมอ เพราะเรือที่จะออกไปช่วยเหลือมีข้อจำกัดมาก อีกทั้งเรือหางยาวรับจ้างที่วิ่งให้บริการคิดราคาตามอำเภอใจบางรายเจอราคาสูงลิ่วเที่ยวละ 500-1,000 บาท ดังนั้น นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าฯนครสวรรค์ จึงมอบให้ นายบุญยืน พฤกษโชค ประมงจังหวัดไปจัดระเบียบการให้บริการและราคาต้องเป็นธรรมด้วยการขึ้นทะเบียนเรือทุกลำทำให้ราคาค่าโดยสารลดลงมาอยู่ระหว่าง 20-120 บาท บางคนก็ไปขอรับน้ำขวดจากในศูนย์อพยพแล้วนำไปวางขายนอกศูนย์

เขื่อนล้น-พิมายท่วม

ที่ จ.นครราชสีมา ภายหลังจากที่เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำภาย ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัด มีปริมาณน้ำเกินระดับกักเก็บหมดแล้วทุกแห่ง และพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลำน้ำมูน ซึ่งเป็นลำน้ำที่ต้องรองรับปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำทุกแห่งของจังหวัด โดยน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งลำน้ำมูน ได้เอ่อเข้าท่วมศูนย์ราช การอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมาแล้ว ส่งผลให้ขณะนี้สถานีตำรวจภูธรพิมาย ซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำมูน ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมบริเวณด้านหน้าปิดเส้นทางเข้าออกสูงประมาณ 30-60 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งนำกระสอบทรายกว่า 1,000 ใบ มาทำแนวพนังกั้นน้ำ

ที่ จ.บุรีรัมย์ น้ำเหนือจาก จ.นครราชสีมา และลำน้ำสาขา ที่ไหลมาสมทบลงลำน้ำมาศ ได้เอ่อท่วมถนนสาย 226 บริเวณสะพานข้ามระหว่าง ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ กับอ.ห้วย แถลง จ.นคราชสีมา สูงเกือบ 30 ซ.ม. รถสัญจรด้วยความลำบาก

ขณะที่โรงงานตัดเย็บ 3 บริษัท ที่อยู่ภายในศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสาน ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ ได้เร่งขนย้ายเครื่องจักร และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตขึ้นสู่ที่สูงพร้อมได้ก่ออิฐบล็อก และวางแนวกระสอบทรายกั้นรอบอาคาร และบริเวณโรงงาน

น้ำมูนสูง-เร่งดันออก

ที่ จ.อุบลราชธานี มีฝนตกต่อเนื่องช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ทำให้แม่น้ำมูนปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 30 ซ.ม. จังหวัดและสำนักงานเจ้าท่า ต้องนำเรือลากจูงเรือและเรือหางยาวกว่า 20 ลำ เร่งผลักดันน้ำจากบริเวณสะพาน 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ เพื่อให้ระดับน้ำที่กลับมาสูงขึ้นปรับตัวลดลงให้เร็วที่สุด เนื่องจากจะมีมวลน้ำปริมาณมากของแม่น้ำชี ที่ไหลมาจาก จ.ยโสธร และมวลน้ำของแม่น้ำมูนที่ไหลมาจาก จ.ศรีสะเกษ จะลงมาสมทบในพื้นที่อีก 2-3 วันข้างหน้า

นวนครจมหมดแล้ว

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดที่นิคมอุตสาห กรรมนวนคร เมื่อเวลา 20.00 น. ที่ศปภ. นายวิม โฆษกศปภ. แถลงว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำได้เอ่อเข้าท่วมเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้โรงงานทั้ง 227 แห่ง ได้รับผลกระทบทั้งหมด แต่ยังมีบางส่วนที่มีการสร้างพนังขึ้นมากั้นน้ำ แต่จะต้องดูปริมาณน้ำในคืนนี้ว่าจะรับได้มากแค่ไหน ส่วนเรื่องพนักงานได้อพยพออกมาเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เราจำเป็นต้องเปิดประตูน้ำที่คลองหกให้ไหลเข้าคลองรังสิต เพื่อลดแรงดันน้ำ ส่วนการระบายน้ำที่คลองระพีพัฒน์ ไปยังคลอง 2-3 ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้ว



กทม.ใช้ 3มาตรการรับมือน้ำเหนือ

เมื่อเวลา 21.15 น.วันที่ 17 ต.ค. ที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงว่า เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ได้รับการประสานจากรัฐบาลว่าไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำจากคลอง 8 คลอง 9 จ.ปทุมธานีได้ ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในคลองดังกล่าว และคลองเชื่อมต่างๆ ในกทม.มีระดับน้ำสูงถึง 3.50 เมตร กทม. จึงจำเป็นต้องกำหนด 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อปกป้องเขตสายไหมและดอนเมือง ได้แก่ 1. เสริมแนวคันกั้นน้ำบริเวณคลองหกวา สูง 3 เมตร ระยะทาง 6 ก.ม.คาดว่าต้องใช้กระสอบทราย 1.2 ล้านกระสอบ โดยเริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 17 ต.ค.นี้ เพราะจากการคำนวณ กทม.มีเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง จึงต้องทำงานแข่งกับเวลาทุกนาที 2. สร้างคันกั้นน้ำตั้งแต่คลอง 8-12 ระยะทาง 15 ก.ม.ความสูง 3 เมตร ใช้เวลาดำเนินการ 7 วัน แต่จะหาวิธีให้ร่นระยะเวลาให้เหลือ 3-4 วัน และ 3. กทม.จะร่วมมือกับกรมทางหลวงชนบทปิดจุดอ่อนบริเวณถนนพหลโยธินข้ามคลองรังสิต และถนนสุวินทวงศ์ เพราะน้ำอาจจะตลบเข้ากทม.ได้

"ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก กทม.ขอเวลาประเมินสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อน แต่ขณะนี้ประชาชนควรนำของมีค่าขึ้นที่สูงได้ทันที หากทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ได้ ควรทำไปก่อน ยืนยันว่ากทม.จะดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะเขตสายไหมซึ่งเป็นด่านหน้าของกทม. และอยากให้ประชาชนในเขตดอนเมืองตื่นตัวด้วยเช่นกัน"ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวอีกว่า ที่รัฐบาลได้บอกว่าจะมอบกระสอบทราย 1 ล้านใบ อยากให้ส่งมาให้เร็วที่สุด ไม่อยากให้เกินสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ที่รัฐบาลจะส่งนักโทษ 300 คนมาช่วย ยังมั่นใจว่ารัฐบาลรักษาคำพูด ขณะเดียวกันขอเชิญชวนประชาชนร่วมมือกับกทม.ต่อสู้ปัญหาให้พ้นภัยน้ำท่วมครั้งนี้ โดยกทม.ได้ตั้งศูนย์ที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ตนอยากให้ประชาชนดูแลบ้านตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ถ้าความผิดพลาดเกิดจากคนอื่น ตนจะไม่รับผิดชอบ แต่ถ้าเกิดจากความผิดพลาดของตัวเองก็จะรับผิดชอบ แต่จะให้ลาออกจากตำแหน่ง คงง่ายเกินไป

About ""

กุ้งอินเตอร์,kunginter news ขอบคุณ แหล่งข่าว Voicetv มติชน,ข่าวสด,ไทยรัฐ,เดลินิวส์,ประชา ไท,ประชาชาติธุรกิจออนไลน์,กระปุกดอทคอม newsplus iSnapNationPhoto ฯลฯ และแหล่งข่าว ที่มารูปภาพประกอบ วีดีโอคลิป ทุกท่าน.
 
Copyright © 2013 kunginternews
Design by FBTemplates | BTT