ข่าวใหม่

ข่าวการเมือง

ข่าวอาชญากรรมและข่าวทั่วไป

ข่าวล่าสุด

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รู้จัก บรรพต ให้มากขึ้น จากปากคำของ หัสดิน อุไรไพรวัน (ชมคลิป)




นายหัสดิน อุไรไพรวัน หรือ บรรพต กล่าวว่า    ขอบคุณ ทหาร ตำรวจ และกอ.รมน.ที่สนธิกำลังจับกุมตน ขอบคุณที่ทหารภายใต้เผด็จการดูแลตนอย่างดีขณะควบคุม  สอบถามตนด้วยดี ไม่มีการทำร้ายคนที่ควบคุมอย่างที่เคยปรากฏในโลกโซเชียลมีเดียแต่อย่างใดและเชื่อว่าเมื่อถูกควบคุมตัวด้วยตำรวจจะดูแลตนอย่างดีเช่นกัน

“ผมเป็นตัวโจกของเรื่องทั้งหมดและทำให้คนอื่นๆที่ถูกจับกุมและครอบครัวเดือดร้อนเสียหาย ตอนนี้รู้สึกเบื่อหน่าย อยากเลิก ขอไถ่บาปให้ตัวเอง และไปรับฐานานุกรรมตามที่ตัวเองควรได้รับ ขอบอกถึงการเสพสื่อขอให้ทุกท่านเสพอย่างมีตรรกะ    เหตุผล ต่อจิ๊กซอว์เอาเอง เสพอย่างระวังอย่าตกเป็นเครื่องมือคนอื่น  และที่อยากบอกเหล่าวิทยากรทั้งหลายที่ทำแบบผม ถ้าคิดว่าจะมอบตัวขอให้ติดต่อมาทาง โฆษกตร. รับรองว่าไม่มีการทารุณกรรมแน่นอน

จากนี้ผมต้องไปรับกรรมตามที่ตัวเองทำ ไม่รู้จะได้รับการอภัยโทษเมื่อไหร่ ผมย้ำอีกครั้งผมคือบรรพต ไม่ใช่อากง (นายอำพล ตั้งนพกุล หรืออากง นักโทษในความผิดกฎหมายอาญามาตรา 112) ใครก็ตาม ทั้งเอ็นจีโอ หรือกลุ่มไหน อย่าเอาโมเดล    กรอบความคิด (paradigm)  ของอากงมาใช้กับผม คนที่จะเข้าเรือนจำไปหาผม เพื่อจะพบผมแล้วแสวงหาผลประโยชน์จากผมขอให้หยุดเลย ไม่ต้องมาทำแบบนี้” นายหัสดิน

จริงๆ แล้ว   คลิปที่เผยแพร่นอกจากเรื่องการเมืองแล้วยังมีเรื่องอายุรเวชศาสตร์ด้วย มีคุณธรรมโลก ประวัติศาสตร์โลก แต่ในเรื่องที่หมิ่นเหม่ตนคงไม่เหมาะจะตอบขณะอยู่ในสถานะผู้ต้องหา

นายหัสดินกล่าวว่าไม่มีทุนจากแหล่งใดสนับสนุนมีรายได้จากการทำเสื้อขาย โดยเสื้อก็ไม่มีการหมิ่นฯแต่อย่างใด  มีคนศรัทธาในตนจำนวนหนึ่งทำให้เสื้อขายได้ ไม่ถึงกับรวยแต่พอมีรายได้มาแบ่งปันกัน  ทั้งนี้ในการอัดเสียง แปลงเสียง ใส่ดนตรี ฝากลิงค์ แชร์ในโซเซียลต่างๆในชื่อบรรพต ทำด้วยตัวเองคนเดียวทั้งหมด  ศึกษาการทำแบบครูพักลักจำ ทั้งนี้มีคนอื่น วิทยากรลักษณะนี้คนอื่นๆพยายามมาลิงค์มาร่วม แต่ตนไม่ยอมรับ

นายหัสดิน กล่าวว่า เหตุที่ใช้ชื่อบรรพต เพราะในชีวิตมีไอดอล 2 คน คนแรกคือนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ตนจึงมีวิธีพูดคล้ายคลึงนายสมัครมาก อีกคนคือดร.บรรพต วีระสัย ซึ่งตนชื่อชอบสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นคนมีความรู้แตกฉานในพุทธศาสนา ตนทึ่งและพยายามเลียนแบบ ทุกวันนี้ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามีครูบาอาจารย์เป็นสงฆ์หลายรูป

“ตอนนี้ผมหลง หลงผิดขอไถ่บาป อยากให้ทุกอย่างมันค่อยๆ สงบลง    คนอื่นๆ ที่ถูกจับก่อนหน้านี้จะได้สบายใจขึ้น เขาเป็นเพียงผู้ศรัทธาและงมงายในตัวผม ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับผม” นายหัสดินกล่าว และว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใด พยายามเข้ามาลิงค์ตนบล็อกหมดทั้งอาจารย์ชูพงศ์ นายสุรชัย กลุ่มการเมืองหลายฝ่ายพยายามติดต่อดึงตนไปเป็นแนวร่วมบ่อยครั้งแต่ตนไม่เอาด้วย  ตนยอมรับว่าหลงตัวเองหนักมาก 

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558

วิธีเอาโฆษณา km player ออก/How to stop Km player advertising




ปิด KM Player ไปก่อน
แล้วเปิด Internet Explorer ขึ้นมา
1. ไปที่ เมนู
2. หา Internet Options
3. ไปที่แท็บ Security
4.คลิ๊กที่ Restricted Site
5.คลิ๊ก ปุ่ม Sites
6.กรอกไปว่า player.kmpmedia.net
7.กด Add
8.กด Close
9.กด OK
10.ปิด Internet Explorer ได้เลย ลองแล้วเปิด KM Player ขึ้นมาใหม่ดู

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

ช็อก! 'เกษม' รับชัดตุ๋ยลูกศิษย์ อ้างไม่รู้ตัว ไม่ผิดพระธรรมวินัย


เหล่าลูกศิษย์สุดช็อก!! "พระเกษม" เจ้าสำนักสงฆ์สามแยก ยอมรับตุ๋ยลูกศิษย์หนุ่มวัย 34 จริง แต่ทำไปโดยไม่รู้ตัว ถือไม่ผิดพระธรรมวินัย จนลูกศิษย์บางส่วนรับไม่ได้แนะให้สึกเพราะปาราชิก ประกาศแยกตัวไม่ขอยุ่งเกี่ยว แต่อีกส่วนมีมติเชิญพระผู้ใหญ่ สอบสวนใหม่ให้แน่ชัด...

เมื่อวันที่ 16  ม.ค. 58 พระเกษม อาจิณณสีโล หัวหน้าสำนักสงฆ์วัดป่าสามแยก ต. วังกวาง อ.น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ ได้ชี้แจงต่อคณะศิษย์ ซึ่งข้องใจสงสัยในพฤติกรรมเสพเมถุน กับลูกศิษย์อุปฐากจนเกิดเรื่องฉาวโฉ่ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มลูกศิษย์ ขณะที่พระเกษมยอมรับกึ่งภาคเสธว่า ได้กระทำไปในขณะไม่รู้สึกตัว ไม่มีเจตนา ไม่มีความตั้งใจกระทำในพฤติกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด แต่หากมีการสอบสวน หรือคณะศิษย์มีมติเป็นเอกฉันท์ให้สึก ก็ยินดีสึกออกจากสำนักไปโดยไม่มีเงื่อนไขต่อรอง ขอเพียงเสื้อผ้าและข้าวเพียงห่อเดียวเท่านั้น

ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ที่ศาลาปฎิบัติธรรม สำนักสงฆ์ป่าสามแยก ได้มีบรรดาคณะลูกศิษย์ และมัคทายกวัด รวมทั้งพระลูกศิษย์ราว 60 คน ได้เปิดทำการไต่สวนพระเกษม อาจิณณสีโล เจ้าสำนักสงฆ์สามแยก ซึ่งโด่งดังจากคดีหมิ่นศาสนา และคลิปการกระทำไม่เหมาะสม หลังจากมีข่าวลือในหมู่ลูกศิษย์ว่า พระเกษมเสพเมถุนกับลูกศิษย์อุปฐากอายุ 34 ปี ภายในสำนักสงฆ์ และเมื่อคณะกรรมการสำนักสงฆ์ ได้รับทราบจึงทำการติดตามตรวจสอบ กระทั่งมีการพบเบาะแสว่าเป็นความจริง โดยลูกศิษย์หนุ่มใหญ่ที่ถูกพระเกษมเสพเมถุน ได้ยอมรับพร้อมเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง จนนำมาสู่การไต่สวนอย่างเปิดเผย

สำหรับการไต่สวนในครั้งนี้ นอกจากจะมีบรรดาลูกศิษย์ใกล้ชิดและมัคนายกวัดเข้าร่วมแล้ว หนุ่มลูกศิษย์วัดที่เป็นคู่กรณีกับพระเกษม ยังเข้าร่วมให้รายละเอียดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย นอกจากนี้ ระหว่างไต่สวนยังมีการถ่ายทอดสด โดยแพร่ทั้งภาพและเสียงผ่านทางอินเตอร์เน็ตของสำนักสงฆ์ป่าสามแยกอีกด้วย แต่ปรากฏว่าเมื่อมีลูกศิษย์เอ่ยปากถามพระเกษม กลับได้รับคำตอบว่า เป็นความจริงแต่ที่ทำไปนั้นไม่รู้ตัว

ขณะที่พระเกษม อ้างว่า เรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นตนเองไม่ได้ต้องอาบัติปาราชิก เพราะช่วงที่ก่อเหตุตนเองไม่มีสติสัมปชัญญะ จึงไม่จำเป็นต้องสึกจากผ้าเหลือง และเสนอให้ลูกศิษย์ทำการตั้งศาลสงฆ์ ขึ้นตรวจสอบตนเองได้เลย เพราะพระธรรมวินัยระบุ ถ้าการกระทำไปโดยไม่รู้สึกตัว ถือว่าไม่ผิดพระธรรมวินัย ขณะที่ฝ่ายลูกศิษย์มีท่าทีแตกเป็น 2 ฝ่าย ทั้งเห็นว่าควรที่จะสึกจากความเป็นสงฆ์ และบางส่วนเห็นว่าไม่ได้ทำความผิด

อย่างไรก็ตาม หลังพระเกษม เปิดปากยอมรับความจริง ปรากฏว่าบรรดาลูกศิษย์ที่นั่งฟังชี้คำแจง ต่างตกอยู่ในอาการตะลึง เนื่องจากไม่คาดคิดว่าจะได้ยินพระเกษม เอ่ยปากยอมรับอย่างชัดถ้อยชัดคำแบบนี้ โดยบรรดาลูกศิษย์ แม้เห็นพ้องว่าพระเกษมต้องปาราชิก หรือควรสึกออกไป แต่ก็ยังมีเสียงทัดทานจากพระลูกวัดบางรูปถึงข้ออ้างว่า พระเกษมทำไปโดยไม่รู้ตัว จึงมีมติให้มีการเชิญพระสงฆ์ผู้ใหญ่และบุคคลภายทำการสอบสวน และล่าสุดที่เว็บไซต์สำนักสงฆ์ป่าสามแยก เริ่มมีบรรดาลูกศิษย์ประกาศแยกตัวไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพระเกษมอีกต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุทธิโชติ สินพรหม หนึ่งในคณะที่ปรึกษากฎหมายของพระเกษม กล่าวว่า ข่าวนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง แม้แต่คณะศิษย์ก็แบ่งแยกออกเป็นสองสามฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าพระเกษม มีพฤติกรรมดังกล่าวจริง แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่เชื่อว่ากระทำผิดจริง และอีกส่วนหนึ่งเชื่อทำไปในขณะไม่รู้สึกตัวขาดเจตนาไม่สมควรให้ท่านสึก.

บทความ บทวิเคราะห์

ข่าวต่างประเทศ

 
Copyright © 2013 kunginternews
Design by FBTemplates | BTT