ข่าวใหม่

ข่าวการเมือง

ข่าวอาชญากรรมและข่าวทั่วไป

ข่าวล่าสุด

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สาวใหญ่เครียดหนี้งอก จุดไฟเผาตัวเอง!! กลางศูนย์ร้องเรียนทำเนียบฯ (มีคลิป)




ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 08.45 น. วันที่ 15 ต.ค. นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 52 ปี ชาวอ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี อาชีพเกษตรกรและให้เช่าที่นา ได้มาตามเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์บริการประชาชน (ชั่วคราว) ของทำเนียบรัฐบาล ภายในสำนักงานก.พ. กรณีเกี่ยวกับหนี้สิน ที่เคยทำสัญญากู้เอาไว้ 4 แสนบาท แต่เมื่อรวมดอกเบี้ย ณ ปัจจุบัน กลับเพิ่มเป็น 1.5 ล้านบาท ส่งผลทำให้นางสังเวียนเกิดความเครียด จนกระทั่งจุดไฟเผาตัวเองด้วยน้ำมันและไฟแช็กที่เตรียมมา  ขณะนี้เจ้าหน้าที่นำตัวนางสังเวียนส่งโรงพยาบาลวิชระ ขณะนี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย

ทั้งนี้สาเหตุที่นางสังเวียนจุดไฟเผาตัวเอง คาดว่าน่าจะเกิดจากความเครียดเรื่องหนี้สินที่กู้ยืมเงินกับเจ้าหนี้เป็นจำนวนเงินถึง 1.5 ล้านบาท ซึ่งนางสังเวียน เชื่อว่าเจ้าหนี้โกง จึงได้มาร้องเรียนที่ศูนย์บริการประชาชน

โดยนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หน.ฝ่ายประสานมวลชน ได้รับเรื่องกับนางสังเวียน ด้วยตนเอง แล้วนายสุขสวัสดิ์ ได้โทรประสานไปยังปลัด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เพื่อสอบถามถึงข้อมูลแล้วหาทางช่วยเหลือดังกล่าว ระหว่างนั้น นางสังเวียน ได้พูดขึ้นว่า “ช่วยฉันไม่ได้หรือไง” พร้อมกับได้เอาขวดน้ำมันที่อยู่ในกระเป๋าที่ถือมาด้วย นำมาราดตนเอง พร้อมกับได้นำไฟแช็กมาจุดไฟเผาตนเอง

จนท.ตร.ฝ่ายสืบสวน สน.ดุสิต/สืบ1/จนท.ฝ่ายข่าวฯ ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ได้ช่วยกันดับไฟไว้ได้ แต่นางสังเวียน ได้รับบาดเจ็บ จึงได้แจ้งไปยัง ร.พ.วชิระฯ ให้นำรถพยาบาลมารับตัวไปทำการรักษาที่ ร.พ.วชิระแล้ว

หลังจากเกิดเหตุ ได้แจ้ง ผกก.สน.ดุสิต ให้แจ้ง พงส.ให้สอบสวน และได้แจ้ง สว.สืบ1 ไปสืบสวนหาประวัติฯ ข้อมูลผู้บาดเจ็บ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป  นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุได้ตรวจพบอาวุธมีดในกระเป๋าที่นางสังเวียนนำมาด้วย


 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ร.ต.ท.กิ่งเพชร เสธติยะ พนังงานสอบสวบ สน.ดุสิตได้รับแจ้งเหตุมีหญิงจุดไฟเผาตนเองภายในศูนย์บริการประชาชนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยแพทย์กู้ชีพวชิรพยาบาล

 ที่เกิดเหตุภายในศูนย์บริการประชาชนหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน พบเพียงรอยไหม้ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นพลเมืองดีได้ช่วยกันดับไฟ และนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว  ทราบชื่อภายหลังคือ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/4 หมู่ที่ 2 ต.วังจั่น อ.โคกสำโรง จัวหวัดลพบุรี เบื้องต้นผู้บาดเจ็บยังให้การไม่ได้ เนื่องจากมีแผลไฟไหม้กว่าครึ่งหนึ่งของร่างกาย

 จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่า นางสังเวียน ได้เดินทางมาจาก จ.ลพบุรี เพื่อมายื่นหนังสือ เรื่องให้ช่วยประนอมหนี้หลายครั้งแล้ว ที่ศูนย์บริการประชาชน และเคยประนอมหนี้กันมาแล้วครั้งหนึ่ง เป็นเงินที่นางสังเวียนต้องชำระ 1,500,000 บาท ซึ่งนางสังเวียนยังไม่สามารถจ่ายได้ จึงเดินทางมายื่นหนังสือดังกล่าว เพื่อให้ทางการช่วยเหลือ ส่วนหนี้ดังกล่าวนั้น นางสังเวียนกู้มาจาก นางธิดารัตน์ เทพอารักษ์ และใช้โฉนดที่ดินของตนค้ำประกัน ซึ่งครั้งแรกที่กู้เงินจากนางธิดารักษ์ มานั้นไม่ได้ทำสัญญาแต่อย่างใด และนางสังเวียนยังคอยกู้เงินนางธิดารัตน์อยู่หลายครั้งเป็นเงินเท่าไหร่นั้นไม่ทราบ

 จนนางธิดารัตน์ได้ตั้งทนายฟ้องนางสังเวียนและได้มีการเจรจาประนอมหนี้กันเป็นจำนวน 1.5 ล้านบาท ทั้งนี้นางสังเวียน เชื่อว่านางธิดารัตน์ เจ้าหนี้โกง จึงได้มาร้องเรียนที่ศูนย์บริการประชาชน ก่อนเกิดเหตุนั้น นายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หน.ศูนย์บริการประชาชน ได้มารับเรื่องกับนางสังเวียน ด้วยตนเองและให้เจ้าหน้าที่โทรประสานไปยังปลัด อ.โคกสำโรงเพื่อสอบถามถึงข้อมูลแล้วหาทางเพื่อทำการช่วยเหลือ และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานอยู่นั้น นางสังเวียนมีท่าทีไม่พอใจว่าเจ้าหน้าที่จะช่วยตนได้หรือไม่ พร้อมกันนั้นได้เอาขวดน้ำมันที่นางสังเวียนเตรียมมาด้วยราดที่หัวตนเองและจุดไฟจนไฟจนลุกทั่วทั้งตัว ทำให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ใกล้เคียงนั้น ต่างตกใจและช่วยกันนำน้ำจากบริเวณใกล้เคียงมาดับให้นางสังเวียนและเรียกรถพยาบาลมารับเพื่อไปทำการรักษาต่อไป

 ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน ที่ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นพ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร วชิรพยาบาล ได้ออกมาแถลงถึงอาการล่าสุดของ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ ที่ก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเอง ที่บริเวณศูนย์บริการประชาชน นางสังเวียน ได้เข้ารักษาตัวเมื่อเวลา 09.20 น. ของวันนี้ มีอาการไฟไหม้ตามร่างกาย โดยตรวจพบว่ามีแผลไฟไหม้คิดเป็น 50% ของร่างกายช่วงตัวบน ส่วนบริเวณกล่องเสียงก็มีแผลไฟไหม้ทำให้ผู้ป่วยยังไม่สามารถพูดให้การอะไรได้ มีความรู้สึกตัวและมีสติครบถ้วนขณะที่ถูกนำตัวเข้ามา นอกจากนี้ตามร่างกายยังมีแผลไฟไหม้หลายแห่ง ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ เบื้องต้นแพยท์ได้ให้การรักษาโดยให้สารทดแทนน้ำแล้ว เพื่อป้องกันการช็อก หลังจากดูอาการที่ห้องฉุกเฉินอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงได้ย้ายไปที่ห้องไอซียูแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลารักษานานหลายสัปดาห์จีงจะหายเป็นปกติ ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้ติดต่อทางญาติได้แล้ว คือ สามีของนางสังเวียนและได้รับทราบอาการเบื้องต้นแล้ว

 ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. วันเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำกระเช้าดอกไม้เดินทางมาเยี่ยมนางสังเวียนที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม และให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า จากการประสานไปทางจังหวัดลพบุรี ทราบว่า นางสังเวียนได้เข้ามาพบหน่วยงานราชการหลายครั้งและก่อนหน้านี้ทางจังหวัดได้มีการจัดประชุมขึ้นเพื่อหาทางช่วยเหลือในการประนอมหนี้ของนางสังเวียน และได้มีการตกลงประนอมหนี้ จนเหลือเป็นเงินที่ต้องชำระ 1,500,000 บาท ในครั้งนั้นหลังจบการประชุมนางสังเวียนก็พึงพอใจกับผลการประนอมหนี้

 แต่คาดว่าต่อมาอาจจะชำระไม่ไหวจึงเดินทางมายังศูนย์บริการประชาชนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเพื่อให้ทางการช่วยเหลือ จนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ส่วนอาการล่าสุดยังบอกไม่ได้ว่าปลอดภัยหรือไม่ แต่ทางโรงพยาบาลสัญญาว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ในส่วนของภาครัฐเองก็จะเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งต่อไปจะเสนอรายงานเบื้องต้นให้นายกรัฐมนตรีทราบ ก่อนจะหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้มีการปล่อยกู้จำนวนมากที่ไม่มีการทำสัญญากู้ยืมใดๆ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลังได้ จึงต้องเร่งจัดการปัญหานี้ต่อไป

 ต่อมาเวลาใกล้เคียงกัน พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ รรท.ผบก.น.1 ได้เดินทางมาดูอาการเบื้องตนของนางสังเวียน แต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้เข้า และได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จุดเกิดเหตุนั้น อยู่บริเวณที่พักรับประทานอาหารใกล้กันกับที่รับเรื่องร้องเรียน ขณะที่นางสังเวียนก่อเหตุนั้น ต้องการก่อเหตุกับตัวเอง ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดเพลิงไหม้สถานที่ราชการแต่อย่างใด หากจะมีความผิดก็จะมีในเรื่องของการพกพาอาวุธมีดเพียงเท่านั้น ซึ่งอัตราโทษเพียงเล็กน้อยอาจจะปรับแค่ 100 บาท แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

 ตอนนี้ยังห่วงในเรื่องของความปลอดภัยของนางสังเวียนมากกว่า โดยขณะนี้สามารถติดต่อน้องสาวของนางสังเวียนได้แล้ว กำลังเดินทางมาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเรียกพยานที่อยู่ในเหตุการณ์และผู้ที่เกียวข้องมาสอบปากคำทั้งหมดว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร 

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

ย้ำคดี-เผาเซ็นทรัลเวิลด์ ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง 2 เสื้อแดงร่ำไห้พ้นมลทิน ยุติคำ "เผาบ้านเผาเมือง"



คอลัมน์ แฟ้มคดี

แม้การพิจารณาคดี 99 ศพ จากเหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี พ.ศ.2553 จะต้องหยุดชะงักลง หลังจากที่ศาลอาญา ชี้ว่าเป็นความผิดต่ออำนาจหน้าที่ และเป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะพิจารณา ก่อนส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาต่อไป

ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้อยู่ที่พนักงานอัยการและญาติผู้เสีย ชีวิต สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ได้ และคงต้องรอการพิจารณาจากศาลอุทธรณ์อีกครั้ง ถึงจะเห็นช่องทางของคดีที่ชัด เจนขึ้น

แต่คดีที่เกี่ยวพันกับเหตุการณ์ 99 ศพ ก็เริ่มลุล่วงคลี่คลายมาตามลำดับ

อย่างคดีเผาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ล่าสุดศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องซ้ำศาลชั้นต้น โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐาน ไม่เพียงพอ

ส่งผลให้ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกฟ้องในคดีเผาห้างหลุดพ้นมลทิน

ตอกย้ำให้ยุติวาทกรรม "เผาบ้านเผาเมือง" ที่ใช้โจมตีกันเพื่อหวังผลทางการเมืองเสียที

อุทธรณ์ยกฟ้องเสื้อแดงเผาห้าง

4 ก.ย. ที่ห้องพิจารณาคดี 405 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องคดีวางเพลิงเผาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสายชล แพบัว อายุ 32 ปี และนายพินิจ จันทร์ณรงค์ อายุ 30 ปี ผู้ชุมนุมนปช. เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ โรงเรือน

โดยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสอง เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำฟ้องที่กล่าวหาจำเลยที่ 1 พยานโจทก์ต้องมีพยานเบิกความสนับสนุนว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนกลุ่มเดียวกับกลุ่มคนที่เข้ามาวางเพลิง และมีพฤติการณ์ต่อเนื่องไปจนถึงการปาระเบิด

ขณะที่อากัปกิริยาของจำเลยที่ 1 ที่ว่ากระทำการวางเพลิงเผาทรัพย์นั้น โจทก์ไม่มีพยานมายืนยันสนับสนุน แต่เห็นว่าเป็นการวางเพลิงและพยายามเชื่อมโยงกับกลุ่มที่มีอาวุธปืน เนื่องจากถังดับเพลิง ที่จำเลยที่ 1 ถือ ไม่ได้นำไปใช้ก่อเหตุวางเพลิง

อีกทั้งพยานโจทก์ ทุกปากไม่ยืนยันว่าเห็นจำเลยที่ 1 อยู่ในขณะเกิดเหตุวางเพลิง พยานทั้งหมดของโจทก์ จึงมีน้ำหนักน้อยมาก

ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้วางเพลิงแล้ว การสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันวางเพลิง จึงไม่อาจรับฟังได้ พิพากษายกฟ้อง

หลังรับฟังคำพิพากษา สร้างความตื้นตันให้กับจำเลย ขนาดที่นายสายชลต้องร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ในขณะที่นายพินิจระบุว่าดีใจมากและขอขอบคุณศาลยุติธรรมที่เมตตาให้ความยุติธรรม

ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เผยว่า จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าอัยการจะยื่นฎีกาหรือไม่ แต่โดยหลักแล้วคดีที่ยกฟ้อง 2 ศาล ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง รวมทั้งข้อกฎหมายก็ห้ามเช่นกัน

มีทางเดียวที่จะยื่นฎีกาได้ คือต้องขอให้ผู้พิพากษาที่มีความเห็นแย้งในคดีรับรองให้ฎีกา

ย้อนคำพิพากษาศาลชั้นต้น

สำหรับคดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสายชล และนายพินิจ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือนที่เก็บสินค้า เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

โดยบรรยายพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 จำเลยทั้ง 2 กับพวกร่วมกันชุมนุมและมั่วสุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ในช่วงเวลาที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และเข้าไปในอาคารห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ทำลายบานกระจก ผนังอาคารบานกระจกประตู อาคารเซ็นทาวเวอร์ อาคารเซ็นทรัลเวิลด์

ก่อนร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ ด้วยการใช้เครื่องดื่มชูกำลังบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงจุดไฟแล้วโยนเข้าไปในชั้น 1 ของห้าง จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ลุกลามเผาอาคารเซ็นทาวเวอร์ และเผาทรัพย์สินต่างๆ ของผู้เสียหาย 270 ราย รวมค่าเสียหาย 8,890,578,649.61 บาท และเป็นเหตุให้นายกิติพงษ์ หรือ กิตติพงษ์ สมสุข ที่อยู่ภายในอาคารถึงแก่ความตาย

หลังไต่สวนสืบพยาน ศาลอาญานัด อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2553 ว่า พิเคราะห์พยานหลักฐานมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าโจทก์มีรปภ.เป็นประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ และถ่ายภาพจำเลยที่ 1 ขณะถือ ถังดับเพลิง เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 พ.ค. เบิกความเห็นจำเลยกับกลุ่มคนร้าย 5-6 คนใช้ไม้ทุบกระจกเข้ามาภายในห้าง จึงหลบไปอยู่ชั้น 3 และถ่ายภาพจำเลยไว้

ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เบิกความว่าหลังตำรวจสน.ชนะสงคราม ส่งตัวจำเลยมาให้รปภ.ชี้ตัวได้ถูกต้องถึง 2 ครั้ง ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยที่ 1 รับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ไม่ใช่ผู้กระทำผิด ส่วนพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เบิกความจำเลยที่ 1 ให้การใหม่ว่าขณะเกิดเหตุขายซีดีอยู่ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ อ่านและเขียนหนังสือไม่ได้ เขียนได้เฉพาะชื่อตนเอง

"ศาลเห็นว่าแม้โจทก์มีพยานเป็นรปภ. ซึ่งเป็นผู้ถ่ายภาพจำเลยที่ 1 ได้ในที่เกิดเหตุ แต่ก็อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ 30 เมตร และเห็นเพียงว่าจำเลยที่ 1 ถือถังดับเพลิง ไม่ใช่อุปกรณ์ใช้วางเพลิง แม้จะอนุมานไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 จะเข้าไปช่วยดับเพลิงหรือไม่ ประกอบกับพยานโจทก์ไม่สามารถตอบคำถามทนายจำเลยได้ว่าเห็นจำเลยที่ 1 เป็นผู้วางเพลิงหรือไม่ และยังไม่มีพยานชี้ชัดถึงพฤติการณ์ในการวางเพลิง หรือสนับสนุนการวางเพลิง พยานโจทก์จึงยังมีเหตุสงสัยว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายที่ร่วมทำผิดในคดีนี้หรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย"

ส่วนจำเลยที่ 2 โจทก์มีพนักงานห้างเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุเห็นคนร้าย 40-50 คน มีชาย 4-5 คนเดินนำหน้าใช้หนังสติ๊กยิงใส่เป็นระยะ และเห็นชายชุดดำลายพรางสวมหมวกปีกใช้ระเบิดโยนใส่มีคนเจ็บ 9 คน ต่อมาตำรวจจับกุมคนร้ายภายในห้างได้ 9 คน มีจำเลยที่ 2 รวมอยู่ด้วย

พยานโจทก์กลุ่มนี้สามารถจดจำรูปพรรณสัณฐานจำเลยที่ 2 ได้ตรงกันหมด ยกเว้น สีเสื้อไม่ตรงกับภาพที่ปรากฏ ระหว่างนั้นพยานต้องคอยหลบลูกหินที่ถูกยิงเข้าใส่ อีกทั้งอยู่ห่างไปกว่า 30 เมตรนั้น น่าสงสัยว่าจะจำคนร้ายได้จริงหรือไม่ และโจทก์ยังไม่นำเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมจำเลยที่ 2 มาเบิกความ

จึงมีเหตุสงสัยว่าจำเลยที่ 2 จะกระทำผิดตามฟ้องจริงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 2 ในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือนที่เก็บสินค้า เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

จบทุกคดี-ปิดวาทะเผาบ้านเผาเมือง

ก่อนหน้านี้ในคดีที่เกี่ยวกับเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง สนามหลวง พิพากษายกฟ้อง 2 เยาวชนที่ตกเป็นจำเลยในคดีเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2555

โดยระบุว่า นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นเยาวชน เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันวางเพลิง เผาทรัพย์โรงเรือน อันเป็นสถานที่เก็บสินค้าของผู้อื่น และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามคำฟ้องระบุว่า ทั้ง 2 ร่วมกับนายสายชล และนายพินิจ ร่วมกันเผาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิด จึงพิพากษายกฟ้อง

นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ กล่าวว่า ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของอัยการโจทก์ที่ปรากฏยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลย ร่วมกระทำผิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิง กทม. และเจ้าหน้าที่ รปภ. ซึ่งเป็นประจักษ์พยานไม่มีใครยืนยันได้ว่าเห็นจำเลยทั้งสองเป็นผู้ก่อเหตุ เมื่อถึงตรวจค้นก็ไม่พบของกลางในตัวของจำเลยที่จะเป็นอุปกรณ์วางเพลิงได้

ประกอบกับภาพกล้องวงจรปิดก็ไม่พบว่าจำเลยอยู่ในเหตุการณ์ ขณะที่จำเลยทั้งสองยังยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้ร่วมกระทำความผิด เพียงแต่วันเกิดเหตุหลังการสลายการชุมนุมด้วยความกลัวได้เข้าไปหลบในห้างที่เกิดเหตุแล้วจึงถูกจับกุมตัว

อีกคดีที่เกี่ยวพันกัน คำพิพากษาศาลแพ่งกรณีกองทุนรวมธุรกิจไทยสี่ โจทก์ที่ 1, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ที่ 2, บริษัท เซ็นทรัลเวิลด์ จำกัด ที่ 3 และบริษัท ห้างเซ็นทรัล ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จำกัด ที่ 4 ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัทเทเวศ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยในความผิดสัญญาประกันวินาศภัย จากกรณีเหตุไฟไหม้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วไม่ได้ค่าชดเชยเพราะจำเลยอ้างว่าเป็นการก่อการร้ายซึ่งกรมธรรม์ไม่ครอบคลุม

ศาลแพ่งมีคำพิพากษาว่า ทางนำสืบของจำเลยไม่ปรากฏชัดว่าเป็นการกระทำของผู้เข้าร่วมชุมนุมคนใด หรือสั่งการจากแกนนำ ที่สำคัญขณะที่เผาห้างเซนแกนนำก็ประกาศยุติการชุมนุมแล้ว

คนร้ายที่เผาห้างสรรพสินค้าเซนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็มิได้ต้องการให้ข่มขู่รัฐบาลยุบสภาหรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี จึงไม่ใช่เป็นการกระทำที่หวังผลการทางเมือง เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นฟังไม่ได้ว่าเป็นการก่อการร้าย

พิพากษาให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงทุกชนิดให้แก่โจทก์ทั้งสี่ หรือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นเงิน 2,719,734,975.29 บาท และให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักให้แก่โจทก์ที่ 1 และ 3 เป็นจำนวนเงิน 989,848,850.01 บาทและให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของค่าเสียหายทั้งสอง แก่โจทก์ทั้งสี่และหรือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กับโจทก์ที่ 1 และ 3 ตามลำดับ นับแต่วันที่ 31 มี.ค. 2554 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมต่อศาลในนามโจทก์กำหนดค่าทนายความให้ 60,000 บาท

จบทุกคดีเผาห้าง ยุติวาทกรรมเผาบ้านเผาเมือง 

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

ว่อนเน็ตอีก! คลิปหลุดดาราสาวอ้อนขอมีเพศสัมพันธ์กับดาราหนุ่ม



เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 57 โลกโซเชียลมีเดียฮือฮาอีกครั้ง เมื่อมีการปล่อยและแชร์คลิปหลุดที่อ้างว่าเป็นดาราสาวรายหนึ่งต้องการมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มซึ่งมีเสียงคล้ายพระเอกชื่อดัง

ทั้งนี้ภายในคลิปดังกล่าวเผยให้เห็นพฤติกรรมของหญิงสาวคนดังกล่าวที่ส่งเสียงวิงวอนแฟนหนุ่มให้ร่วมรักกับตนเอง เพราะระงับความต้องการของตัวเองไม่ไหว ขณะที่ดูเหมือนว่าแฟนหนุ่มซึ่งน่าจะเป็นคนถ่ายคลิปก็กำลังมีพฤติกรรมที่ดูเหมือนจะกระทำในลักษณะยั่วยวนแฟนสาวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตที่ได้ดูคลิปส่วนใหญ่วิจารณ์ว่าหญิงสาวในคลิปว่าแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม บ้างก็ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และยังไม่มีรายงานยืนยันว่าหญิงคนดังกล่าวในคลิปเป็นดาราสาวจริงหรือไม่ เพราะเห็นหน้าไม่ชัด ได้ยินแต่เสียง  แต่ที่ชัดคือเสื้อยืดสีขาวที่ใส่ เพราะสกรีนคำว่า LOVE IS IN THE AIR

บ้างก็ว่าคลิปดังกล่าวอาจจะถูกลบในไม่ช้า เพราะไม่เหมาะสม !!

บทความ บทวิเคราะห์

ข่าวต่างประเทศ

 
Copyright © 2013 kunginternews
Design by FBTemplates | BTT